3 ห่วง 2 เงื่อนไข

แชร์ให้เพื่อนเห็น

                    ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ประกอบด้วย “พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน”          บนเงื่อนไข “ความรู้” และ “คุณธรรม” เป็นที่มาของนิยาม “3 ห่วง 2 เงื่อนไข” โดยมุ่งเน้นให้บุคคลสามารถประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน และใช้จ่ายเงินให้ได้มาอย่างพอเพียงและประหยัด ตามกำลังของเงินของบุคคลนั้น            โดยปราศจากการกู้หนี้ยืมสินเพื่อนำมาใช้กับสิ่งที่ฟุ่มเฟือย และถ้ามีเงินเหลือ ก็แบ่งเก็บออมไว้บางส่วน ช่วยเหลือผู้อื่นบางส่วน และอาจจะใช้จ่ายมาเพื่อปัจจัยเสริมอีกบางส่วนสาเหตุที่แนวทางการดำรงชีวิตอย่างพอเพียง

การถอดบทเรียนในการนำเศรษฐกิจพอเพียงนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน

ความพอประมาณ

          การรู้จักประมาณการตนเอง  ไม่ให้มากเกินไป  หรือ น้อยเกินไป  ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายที่ใช้ในชีวิตประจำวัน  และ การประกอบอาชีพทางการเกษตร ที่ทำบนพื้นที่ 5 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ครอบครัวสามารถดูแลเองได้ ใช้แรงงานในครอบครัว เน้นการพึ่งพาตัวเองเป็นหลัก  โดยไม่ต้องมีการจ้างแรงงานมาประจำ ไม่ก่อให้เกิดรายจ่ายซึ่งเป็นต้นทุนในการผลิต

มีเหตุผล

                    ความมีเหตุผล การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้น ต้องมีเหตุผลรองรับ โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้น   

มีภูมิคุ้มกันที่ดี

         การรู้จักวางแผนการใช้จ่ายเงินในชีวิตประจำวัน  และการวางแผนการเงินของการประกอบอาชีพ

มีความรู้

         มีความรู้ในเรื่องของความประหยัด  การออมเงิน  การอดออม  การทำบัญชีรายรับรายจ่าย 

การมีความรู้ในอาชีพที่ตนทำอยู่อย่างถ่องแท้  และหมั่นพากเพียรหาความรู้ใหม่ ๆ เทคโนโลยีต่าง ๆ  เพื่อนำมาปรับใช้ในการประกอบสัมมาอาชีพ

มีคุณธรรม

         ต้องมีความประหยัด  ขยัน  มีความอดทนในการทำงาน  และมีความซื่อสัตย์ต่อตนเอง  รวมถึง  มีความซื่อสัตย์ต่อผู้บริโภค

                 จาก  3  ห่วง 2  เงื่อนไข  สามารถเชื่อมโยงไปยังอีก  4  มิติ  ได้แก่  เศรษฐกิจ  สังคม  สิ่งแวดล้อม  และ วัฒนธรรม  ได้แก่

          ด้านเศรษฐกิจ  –  รู้จักประหยัด  อดออม  และขยันหมั่นเพียรในการประกอบอาชีพ  มีการลดรายจ่ายในครอบครัว  และ  มีการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร  เพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้า  สร้างรายได้ในครัวเรือน

          ด้านสังคม  –  มีจิตสำนึกที่ดีในเรื่องของการจัดการค่าใช้จ่าย ในชีวิตประจำวัน  ให้เป็นไปอย่างประหยัด  และไม่เบียดเบียน  หรือ  ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน 

          ด้านสิ่งแวดล้อม  –  การใช้ทรัพยากร  สิ่งของต่าง ๆ  อย่างประหยัด  คุ้มค่า  และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด  มีการทำเกษตรแบบอินทรีย์  เพื่อรักษาสมดุลของระบบนิเวศ  รักษาสิ่งแวดล้อม  สร้างภูมิคุ้มกันให้ตนเองและผู้บริโภค

          ด้านวัฒนธรรม  –  ปลูกฝัง  เผยแพร่  วิถีชีวิต ภูมิปัญญาท้องถิ่น สิ่งที่ดีงาม  จากรุ่นสู่รุ่น  และขยายไปสู่สังคมในวงกว้าง

                    การนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  นำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน  จะทำให้เราเกิดการพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน  พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน  ทั้งด้านเศรษฐกิจ  สังคม  สิ่งแวดล้อม  วัฒนธรรม  และ  เทคโนโลยี  จนทำให้เกิด  4  พอ  คือ  พอกิน  พอใช้  พอใจ  และ  พึ่งพาตนเองได้  คือ พยายามพึ่งตนเองให้ได้

มีการบริหารจัดการอย่างพอดี ประหยัดไม่ฟุ่มเฟือย   สมาชิกในครอบครัวแต่ละคนต้องรู้จักตนเอง  เช่น  ข้อมูล รายรับ-รายจ่าย ในครอบครัวของตนเอง     สามารถรักษาระดับการใช้จ่ายของตน ไม่ให้เป็นหนี้

                    การพัฒนาตนเองให้สามารถ “อยู่ได้อย่างพอเพียง” คือ ดำเนินชีวิตโดยยึด หลักทางสายกลางให้อยู่ได้อย่างสมดุล    คือ  มีความสุขที่แท้  ไม่ให้รู้สึกขาดแคลน จนต้องเบียดเบียนตนเอง   หรือดำเนินชีวิตอย่างเกินพอดี   จนต้องเบียดเบียนผู้อื่น หรือเบียดเบียนสิ่งแวดล้อม โดย

– ยึดหลัก พออยู่ พอกิน พอใช้

– ยึดความประหยัด ตัดทอนค่าใช้จ่าย ลดความฟุ่มเฟือยในการดำรงชีพ

– ยึดถือการประกอบอาชีพด้วยความถูกต้องและสุจริต

– ละเลิกการแก่งแย่งผลประโยชน์และแข่งขันในการค้าขาย

– มุ่งเน้นหาข้าวหาปลา ก่อนมุ่งเน้นหาเงินหาทอง

– ทำมาหากินก่อนทำมาค้าขาย

– ภูมิปัญญาชาวบ้านและที่ดินทำกิน คือ ทุนทางสังคม

– ตั้งสติที่มั่นคง ร่างกายที่แข็งแรง ปัญญาที่เฉียบแหลม นำความรู้ ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

  เพื่อปรับวิถีชีวิตสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

Post Your Comment Here

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *