กระดังงา ไม้มงคลของไทย

แชร์ให้เพื่อนเห็น

ต้นกระดังงา (Ylang-Ylang) หรือภาคเหนือเรียกว่า สะบันงา เป็นต้นไม้มงคล ที่นิยมปลูกกันมากมายหลายบ้าน ส่งกลิ่นหอมฟุ้งยามออกดอก ถิ่นกำเนิดของต้นกระดังงาอยู่ในแถบเอเชียเขตร้อน เช่น ประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศอินโดนีเซีย เป็นต้น

ลักษณะของต้นกระดังงา

ต้นกระดังงา เป็นไม้เลื้อยทรงพุ่มโปร่งขนาดกลาง ออกดอกตลอดทั้งปี มีใบเดี่ยวรูปวงรีลักษณะคล้ายปลายหอก กว้างประมาณ 5-7 เซนติเมตร ยาวประมาณ 13-20 เซนติเมตร ยามออกดอกจะออกเป็นช่ออยู่รวมกันเป็นกระจุกบริเวณซอกใบ กระจุกละ 4-6 ดอก กลีบดอกมีสีเหลืองอมเขียว ส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ในช่วงเช้าและเย็นจะได้กลิ่นมากเป็นพิเศษ โดยจะเริ่มออกดอกเมื่อปลูกไว้ประมาณ 3 ปี ความสูงประมาณ 7-8 เมตร

ประโยชน์ของต้นกระดังงา

มีความเชื่อว่า ต้นกระดังงา เป็นต้นไม้มงคลที่จะช่วยเสริมให้ผู้ปลูกเป็นคนมีชื่อเสียงโด่งดัง มีเงินทอง ลาภยศ อีกทั้งยังมีผู้คนนับหน้าถือตา หากจะให้ดียิ่งขึ้นควรเลือกปลูกในทิศตะวันออกของบ้าน เพื่อเพิ่มความเป็นสิริมงคลกับตัวบ้านและผู้อยู่อาศัยในบ้านด้วย

นอกจากนี้ส่วนต่าง ๆ ของกระดังงา ยังสามารถนำไปทำประโยชน์ได้ด้วย เช่น เปลือก ใช้นำไปทำเชือก, ใบและเนื้อ ใช้ต้มกินเป็นยาขับปัสสาวะ, ดอก กลั่นเป็นน้ำหอม หรือเป็นส่วนผสมของยาหอมเพื่อแก้วิงเวียน และนำดอกไปทอดกับน้ำมันมะพร้าวเพื่อทำน้ำมันใส่ผม หรือนำมาลนไฟใช้อบขนมเพื่อเพิ่มกลิ่นหอมก็ได้

 

วิธีการปลูกต้นกระดังงา

ต้นกระดังงานิยมปลูกไว้บริเวณริมรั้ว เพราะกระดังงาเป็นไม้เลื้อยที่ต้องการซุ้มหรือคานเพื่อเลื้อยเกาะ นิยมปลูกด้วยการใช้เมล็ดหรือตอนกิ่ง จากนั้นใส่ในหลุมปลูกขนาด 50x50x50 เซนติเมตร ใช้ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกผสมดินร่วน อัตราส่วน 1 : 2 ผสมดินปลูก ชอบแดดจัด หากปลูกในร่มจะมีใบและลำต้นสวยงามกว่ากลางแดด แต่อาจไม่ออกดอก

 

 

การดูแลรักษาต้นกระดังงา

ดิน : ชอบดินร่วนซุย

 ปุ๋ย : ใช้ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก อัตราส่วน 1 : 2 กิโลกรัม / ต้น ควรใส่ปุ๋ยปีละ 4-6 ครั้ง

น้ำ : ชอบน้ำปานกลาง ควรให้น้ำประมาณ 5-7 วันต่อครั้ง

แสง : ชอบแสงแดดจัด ควรปลูกกลางแจ้ง

อย่าลืมหาต้นกระดังงามาปลูกไว้ประดับบ้านกันนะคะ  นอกจากจะช่วยให้บ้านสวยงามขึ้นแล้ว ยังอาจส่งผลในด้านมงคลให้กับบ้านตามความเชื่อด้วยนะคะ

Post Your Comment Here

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *